เคล็ดลับโกงข้อสอบ  มีดังนี้

กลยุทธ์โกงข้อสอบ
จาก ไร้สาระนุกรม, สารานุกรมฟรี
สำหรับมือใหม่หัดโกง และผู้ชำนาญแล้ว

ท่านอาจจะลำบากใจทำไงดีสอบไม่เคยผ่าน โพย(อุปกรณ์โกงข้อสอบ เช่น กระดาษจดข้อความ)ที่ใช้อาจารย์จับได้ทุกที คะแนนก็ใกล้ศูนย์อยู่แล้ว ถ้าสอบตกต้องเรียนซ้ำชั้น ค่าเทอมก็ขูดรีดพร้อมด้วยเตารีดและคันไถ ใครรู้ก็อับอาย เพื่อนโห่ฮา ครูติเตียน พ่อด่า แม่ตี คนข้างบ้านนินทา อัปโยคทั้งวงศ์ตระกูล มันคือความเครียด เครียด เครียด อ้ากกกกกกกกก!! แต่ปัญหาของท่านจะลดลงเมื่อท่านพบบทความนี้...


1.คัมภีร์หนังมนุษย์
กลยุทธ์ เป็นวิธีง่ายๆขั้นพื้นฐาน แต่ได้ผลดี เพียงท่านใช้ปากกาขีดเขียนบนเนื้อหนังของท่าน โดยขอแนะนำ ง่ามมือ บริเวณใต้ร่มผ้า ซึ่งสามารถพรางสายตาอาจารย์ได้พอสมควร
ข้อแนะนำ

1)วิธีการดังกล่าวอาจจะมีปัญหาถ้าห้องสอบไม่มีแอร์ ซึ่งจะทำให้ร้อนและเหงื่อออก โพยที่ท่านใช้จะเริ่มเลือนลางจากเหงื่อ
2)ข้อแนะนำที่โคนขา เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนกล้ามาตรวจดูตรงนั้น


2. สลับร่าง สร้างรัก
กลยุทธ์ เป็นชื่อหนังเอเชียของช่อง 7 สมัยก่อนที่เคยมาฉายทีหนึ่ง วิธีนี้จะต้องอาศัยคนอย่างน้อย 2 คน เพียงแค่ทำข้อสอบตกบนพื้น แล้วช่วยกันก้มเก็บทั้งสองคน แล้วใช้จังหวะนี้สลับข้อสอบเป็นอัน แล้วค่อยหาจังหวะสลับคืน
ข้อแนะนำ

1)ถ้าผู้ร่วมขบวนการเป็นชายหญิง 2 คน แนะนำให้ฝ่ายชายเก็บ เพื่อแสดงความมีน้ำใจแก่ฝ่ายชายหญิง ซึ่งอาจจะลดข้อสงสัยแก่อาจารย์คุมสอบได้
2)ผู้ร่วมขบวนการต้องมีลายมือคล้ายๆกัน เพื่ออ้างว่าเห็นลายมือคล้ายๆ กัน นึกว่าของตัวเอง

3.รหัสมอร์ส
กลยุทธ์ การใช้คำพูดหันหน้าหันหลังอาจจะอันตรายเกินไปสำหรับบางสถานกาณ์ ให้ใช้รหัสมอร์สแทน โดยรหัสมอร์ส หมายถึง การเคาะเพื่อให้สัญญาณ เช่น กระทืบเท้า เคาะโต๊ะ เป็นต้น โดยให้ผู้ต้องการลอกส่งรหัสมอสให้กับผู้ร่วมขบวนการ แล้วให้ผู้ร่วมขบวนการตอบกลับมาด้วยรหัสมอสเช่นกัน
คำแนะนำ

1)จะใช้ได้ดีในแบบกาเลือกเท่านั้น ถ้าแบบบรรยายหรือวิธีทำ อาจจะต้องใช้การส่งคำตอบนานเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้
2)ควรนัดแนะการส่งรหัสกันให้ดี เพราะการให้สัญญาณขาดหรือเกินจะทำให้ผิดพลาดในการตอบคำตอบได้


4.อโรคาพารอด
กลยุทธ์ การแกล้งป่วยจะช่วยพรางตาอาจารย์ได้ โดยอาการปวดหัว ให้ท่านกุมศีรษะ การกุมศีรษะด้วยมือ จะพรางตาอาจารย์คุมสอบ ทำให้อาจารย์ไม่รู้ว่าเด็กจะรับโพยทางไหน หรือดูยากขึ้น ทำให้โอกาสลอกข้อสอบมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น


5.ยุทธการหัวเห็ด
กลยุทธ์ ผมเป็นสิ่งสำคัญต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยประโยชน์นอกจากนี้คือ พรางตาเช่นเดียวกับกลยุทธ์อโรคาพารอด เพียงใช้ผมของท่านที่มีอยู่มากำบังใบหน้า จนมิดจะทำให้อาจารย์คุมสอบจับจดไม่ถูกว่าท่านกำลังลอกโพยจากตำแหน่งไหนหรือ จับได้ยากขึ้น
คำแนะนำ

1)ใช้กับนักเรียนชายไม่ได้เพราะผมยาวไม่พอ


6.เรดาห์
กลยุทธ์ เสียงระหว่างการส่งโพยกันและกัน และเสียงคำพูดหลังจากสอบเสร็จจะสำคัญมาก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ยิน ให้ท่านกำมือมีช่องว่างเป็นรูปวงกลมไปทัดที่ใบหู มันจะช่วยเพิ่มความสามารถการได้ยินได้ดีขึ้น
คำแนะนำ

1)วิธีนี้สามารถใช้ดักฟังการส่งโพยของผู้อื่นได้


7.One For All
กลุยทธ์ แนะนำให้ใครคนหนึ่งที่ร่วมขบวนการหรือไม่ขบวนการก็ได้เตรียมส่งสัญญาณ ถ้าอาจารย์เข้ามาอยู่ในรัศมี
คำแนะนำ

1)ใช้ได้ต่อเมื่ออาจารย์คุมสอบกลับมาจากทำธุระ


8.โห่ร้องตะวันออก โจมตีตะวันตก
กลยุทธ์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ผลดีทีเดียวในสงครามจริง โดยวิธีการนี้ผู้ร่วมขบวนการควรอยู่คนละฟากกัน ให้ผู้ร่วมขบวนการทำอาการให้เกิดเสียงดังจนอาจารย์คุมสอบต้องหันมาสนใจ ระหว่างที่อาจารย์กำลังสนใจอยู่ ให้ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือใช้โพยอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำ

1)ผู้ร่วมขบวนการจะต้องให้สัญญาณให้ถูกจังหวะนารใช้กลยุทธ์นี้


9.SMS ข้อความสื่อรัก
กลยุทธ์ ใช้ได้ดีพอสมควรโดยให้ผู้ร่วมขบวนการ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวอยู่ แล้วให้ส่งข้อความ(โพย)สื่อสารกัน
คำแนะนำ

1)ควรติดตั้งเป็นระบบสั่นก่อน
2)ควรฝึกความสามารถในการพิมพ์ให้เร็ว เพราะการก้มนานๆ จะเป็นจุดสนใจได้

10.ชักธงรบ
กลยุทธ์ การชักธงในสนามสงครามหมายถึงการสั่งโจมตี โดยธงจะต้องมีความสูงพอสมควร เพื่อที่ให้ทหารทั้งหมดเห็น โดยให้ผู้ร่วมขบวนการยกข้อสอบขึ้นมาอ่านให้ลอยเหนือโต๊ะจนเหนือศรีษะทำมุม ฉากกับโต๊ะ ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจะสามารถมองข้ามไหล่มาอ่านคำตอบในใบข้อสอบได้
คำแนะนำ

1)ลายมือของคนเขียนจะต้องใหญ่พอสมควรและอ่านออกง่าย


11.ชัยภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
กลยุทธ์ การมีตำแหน่งที่ดีของห้องจะทำให้เราลอกได้สะดวกและใช้กลยุทธ์อื่นได้อย่างดีขึ้นด้วย เช่น

1) อยู่กลางห้อง จะสามารถลอกได้จากหลายทิศทาง หลายตัวเลือก หลายคน
2) อยู่ติดเสา จะสามารถส่งโพยให้คนอื่นๆได้โดยขีดเขียนบนเสา ฯลฯ

คำแนะนำ

1) ควรศึกษาตำแหน่งทำเลที่ได้มาอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์อย่างให้ดีที่สุด


12. ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล
กลยุทธ์ ในการสอบปลายภาค นักเรียนบางคนโชคร้ายต้องไปนั่งหน้า ซึ่งทำให้เป็นที่รู้สึกว่าจะถูกจับตามองโดยง่ายจากอาจารย์ แต่ที่จริงแล้ว อาจารย์บางท่านจะไม่ค่อยดู เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าโกงข้อสอบ การนั่งหน้าการโกงข้อสอบจะใช้วิธีส่งคำพูดไม่ได้ จะเป็นที่สังเกตมากไป แต่ใช้ข้อความเขียนในกระดาษทดที่อาจารย์แจกมา แล้วมาตั้งตรงมุมอับจากสายตาอาจารย์พร้อมถามหรือตอบข้อสอบจากผู้ร่วมขบวนการ
คำแนะนำ

1)ถ้าอยู่ติดกับโต๊ะอาจารย์จะโกงยากมาก ดังนั้นการใช้วิธีนี้ต้องให้อาจารย์ลุกไปก่อนแล้วค่อยใช้
2)ควรใช้กลยุทธ์ รหัสมอร์ส” (ข้อ 3.) ควบคู่กับกลยุทธ์นี้

13. เผาถ่านก่อนหน้าฝน
กลยุทธ์ เป็นสุภาษิตจีนสุภาษิตหนึ่งเพราะในหน้าฝนถ่านจะแพง ชาวจีนจึงมีการเตรียมการเผาถ่าน เตรียมไว้ใช้ในหน้าฝน ให้ผู้ปฏิบัติเตรียมการโกงก่อนวันจริง โดยให้จดจำที่นั่งตนเองไว้แล้วหาโพยไปซ่อนหรือแปะไว้ที่โต๊ะ
คำแนะนำ

1)การลงน้ำยาลบคำผิดที่ขาโต๊ะหรือเก้าอี้จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกต
2)การเขียนโพยบนโต๊ะต้องใช้ปากกาที่สีกลืนกันไปกับสีโต๊ะ เพื่อพรางตาอาจารย์คุมสอบ
3)การแปะโพยกระดาษต้องแปะ ในระดับที่อาจารย์เดินมาแล้วไม่เห็น

หัวใจของการโกงข้อสอบ คือใช้กลยุทธ์ทุกอย่างให้สอดคล้องและรวดเร็ว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ หลังจากนี้ ขอทิ้งท้ายคำคมไว้หน่อย "จงต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ"


นานมาแล้ว....  

มีต้นแอปเปิลใหญ่อยู่ต้นหนึ่งและก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนนึงชอบเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ และเล่นรอบ ๆ ต้นไม้นี้ทุก ๆ วัน  เขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม้ และก็กินผลแอปเปิล และก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปิล เขารักต้นไม้และต้นไม้ก็รักเขา เวลาผ่านไป เด็กน้อยโตขึ้น และเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบ ๆ ต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว วันหนึ่งเด็กน้อยกลับมาหาต้นไม้เด็กน้อยดูเศร้า                            

"มาหาฉันและมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม

"ฉันไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบ ๆ ต้นไม้อีกแล้ว ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น" เด็กน้อยตอบ

"แต่ฉันไม่มีเงินจะให้... เก็บลูกแอปเปิลของฉันไปขายสิ เพื่อเอาเงินไปซื้อของเล่น" ต้นไม้ตอบ

เด็กน้อยตื่นเต้นมาก เขาเก็บลูกแอปเปิลไปหมด และจากไปอย่างมีความสุข... หลังจากเขาเก็บแอปเปิลไปหมดแล้ว เขาไม่กลับมาหาต้นไม้อีกเลย ต้นไม้ดูเศร้า... วันหนึ่งเด็กน้อยกลับมา เขาดูโตขึ้น ต้นไม้รู้สึกตื่นเต้นมาก

"มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม

"ฉันไม่มีเวลามาเล่นหรอก ฉันมีครอบครัวแล้ว ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัวของฉันเอง เราต้องการบ้าน ช่วยฉันได้ไหม"

"แต่ฉันไม่มีบ้าน... ตัดกิ่งก้านของฉันไปสิ...เอาไปสร้างบ้าน"

ดังนั้น เด็กน้อยตัดกิ่งก้านทั้งหมดของต้นไม้ไปและจากไปอย่างมีความสุข อีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดายและเศร้า.... วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กน้อยกลับมา ต้นไม้ดีใจมาก

"มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ"

"เปล่า ฉันรู้สึกผิดหวังกับชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกล ๆ ให้เรือฉันได้ไหม"

 "ใช้ลำต้นของฉันได้เอาไปสร้างเรือ เพื่อหนูจะได้แล่นเรือไป และมีความสุข" ต้นไม้ตอบ

ดังนั้นเด็กน้อยตัดลำต้นของต้นไม้ไปสร้างเรือ เขาล่องเรือไป และไม่เคยกลับมาอีกเลย หลายปีผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยก็กลับมา

"ฉันเสียใจเด็กน้อย ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว ไม่มีผลแอปเปิล..."

"ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว"

"ฉันไม่มีลำต้นให้ปีกอีกแล้ว"

"ฉันปีกไม่ไหวแล้ว ฉันแก่แล้ว" เด็กน้อยตอบ

"ฉันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย"

"ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิงฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว"

"รากของต้นไม้แก่ ๆ เป็นที่พักพิงของหนูได้... มาสินั่งลงข้าง ๆ ฉัน.. หลับให้สบาย..."

เด็กน้อยนั่งลงข้าง ๆ ต้นไม้ดีใจ ยิ้ม และน้ำตาไหล.... นี้เป็นเรื่องสำหรับเราทุก ๆ คน ต้นไม้ในเรื่องคือพ่อแม่ เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เรารักที่จะเล่นกับพ่อแม่... เมื่อเราโตขึ้นเราทอดทิ้งพ่อแม่ และกลับมาหาท่านเมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่างหรือเมือเรามีปัญหา ไม่ว่าอย่างไร พ่อแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกอย่างเท่าทมี่ท่านทำได้ หวังเพียงเรามีความสุข คุณอาจจะคิดว่า "เด็กน้อย" ในเรื่องโหดร้าย แต่นั้นคือความจริงที่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเราทำกับท่านอย่างไร

 ...................แล้วต้นไม้ของคุณล่ะ.........................

                               เด็กน้อย


Blog Entryคำเตือนจากอย.!!!!!!!Jun 4, '07 4:35 AM
for everyone

1. ข้างกล่องยาจุดกันยุงแบบขดยี่ห้อนึงเขียนไว้ว่า “วัตถุมีพิษ ห้ามรับประทาน” ….ผ่างงงงงงง !!!

(ใครอยากฆ่าตัวตายด้วยการกินยากันยุงแบบขดก็ตามใจมันเถอะ)

2. บนถุงขนมขบเคี้ยวยี่ห้อนึง “คุณมีสิทธิ์ได้รับรางวัลโดยไม่จำเป็นต้องซื้อโปรดอ่านรายละเอียดในซอง” (ไอ้บ้า)

3. แปะอยู่บนสบู่ยี่ห้อดัง “วิธีใช้ : เหมือนสบู่ทั่วไป” (ขอบใจนะ)

4. บนกล่องอาหารแช่แข็ง “โปรดอุ่นก่อนรับประทาน” …(ถ้าคนเปิดมันโง่นักก็ให้มันแ-กเข้าไปเถอะ)

5. บนที่เป่าผมยี่ห้อนึงเขียนว่า “ห้ามใช้ขณะหลับ” ..(จะบ้าตาย)

6. พิมพ์อยู่ด้านใต้ของกล่องเค้กที่ขายในห้างดัง “คำเตือน : ห้ามคว่ำกล่อง” ????????

7. บนกล่องซาลาเปาในร้านสะดวกซื้อ “คำเตือน : อาหารจะร้อนเมื่อนำเข้าไมโครเวฟ” (มันคงเย็นหรอกน๊ะ)

8. บนกล่องเตารีด “ห้ามใช้รีดผ้าขณะที่สวมใส่” ... - -'

9. บนกล่องยาแก้หวัดเด็ก “ห้ามขับรถ หรือคุมเครื่องจักรขณะรับประทานยานี้ ... o O

10. บนกล่องยานอนหลับ “คำเตือน : อาจทำให้ง่วงเมื่อใช้ยานี้” (ทำไมต้องบอกกกกกก...ที่กินก็เพราะกรูอยากง่วงงงงง)

11. บนกล่องไฟประดับฉลองปีใหม่ “ใช้สำหรับภายในหรือภายนอกอาคาร” (ไม่บอกไม่รู้น๊ะเนี่ย)

12. บนกล่องถั่วกระป๋องยี่ห้อดัง “วิธีใช้ : เปิดกระป๋องแล้วรับประทานถั่ว” (ขอบคุณที่บอก)

13. บนชุดซุปเปอร์แมนของเด็ก “คำเตือน : คนสวมใส่เสื้อผ้านี้ไม่สามารถทำให้บินได้”


ผมเป็น PRODUCER ของ วง POTATO และเป็นคนเขียนเพลงให้ POTATO มา ตลอด...แต่ผมไม่เคยมาเล่าที่มาของ เพลงแต่ละเพลงในเว็บไซด์นี้เลย แต่ผมอยากมา เล่าที่มาของเพลงๆนึงใน อัลบั้ม SENSE ชื่อเพลง นี่แหละ...ความ เสียใจ


เรื่องก็มีอยู่ว่า... ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง เขาเพิ่งเลิก กับแฟนเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนผมทำใจไม่ ได้กับการบอกเลิกของแฟนเขาซึ่งสัญญาว่า จะแต่งงานกับเขาในสิ้นปีนี้ เพื่อนผมเป็น คนต่างจังหวัดที่มาอยู่กทม. ครอบครัว ของเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด เพื่อนผมจะกลับไปเยี่ยมบ้าน 5-6 เดือนต่อ ครั้ง...งานที่เพื่อนผมทำเป็นงานที่ ต้องใช้ความคิดอย่างมาก เพราะฉะนั้นทุก ครั้งที่เขากลับไปเยี่ยมบ้านจึงไม่มีใคร เคยบอกเลยว่าพ่อเขากำลังเป็นมะเร็ง เพราะกลัวลูกสาวคนนี้ไม่เป็นอันทำงาน อนึ่ง ความประสงค์นี้มาจากตัวพ่อของเขา เป็นคนขอร้องคนอื่นๆในบ้านให้ช่วยปิดเพื่อนผม ด้วย เพราะเพื่อนผมเป็นกำลังหลัก ของบ้านนี้ น้องเขายังเป็นนักเรียนอยู่ยังไม่มี รายได้ แต่พอเพื่อนผมเสียใจจาก การที่ความฝันเรื่องแต่งงานพังลงก็เป็นธรรมดาของ ผู้หญิงที่ร้องไห้ฟูมฟาย หาคน ระบายความทุกข์ จนในที่สุดก็ถึงคิวของแม่เขา เพื่อนผมโทรไประบายกับแม่ว่าตอนนี้ เสียใจมากไม่ค่อยมีไอเดียในการทำงาน แม่เขา จึงยอมบอกว่าถ้าตอนนี้ยังทำงานไม่ ได้กลับบ้านมาดูแลพ่อไหม...

เพื่อนผม เลยถามว่าพ่อเป็นอะไร...แม่ก็ บอกว่าเป็นมะเร็งในสมอง เพื่อนผมรีบกลับต่าง จังหวัดแล้ววิ่งไปกอดพ่อเขาทันที เพื่อนผมบอกว่าคำแรกที่ได้ยินคือ...3 เดือนนะ ลูก หมอบอกว่าพ่ออยู่ได้อีก 3 เดือน...พ่อเขาถามซ้ำไปที่ใจเพื่อนผมว่า....ลูกตา บวมๆนะ ร้องไห้เรื่องอะไรมารึ เปล่า เพื่อนผมจึงบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว แฟนคนที่ หนูบอกว่าจะพามาให้พ่อ-แม่ รู้จักไง...พูดจบพ่อก็สวนว่าแค่ทะเลาะกันรึเปล่า พ่อ ยังอยู่อีกตั้ง 3 เดือนนะ ถ้าดีกันได้ก็ยังพามาทันนะลูก เพื่อนผมกอดพ่อเขาแน่น แล้วบอกว่าไม่ต้องพูดถึงคน แบบนั้นแล้วจ้ะพ่อ หนูจะอยู่กับพ่อตลอด 3 เดือน...พ่อ เขาบอกคำสุดท้ายว่า พ่อลา ลูกไว้ก่อนเลยแล้วกัน เผื่อวันไหนพ่อหลับแล้วไม่ตื่น ขึ้นมาลาลูกก่อนกำหนด 3 เดือน...เพื่อนผมบอกว่าคำลาครั้งนี้มันกลบเสียงคำว่า เลิกกันในหัวของเขาที่ได้ ยินจากแฟนคนนั้นสนิททันที...และเพื่อนผมบอกผมว่าเพิ่ง รู้ว่าจริงๆแล้วความ เสียใจมันเป็นแบบนี้เอง เขาขอให้ช่วยเขียนจากเรื่องนี้ของ เขา ซึ่งผมเขียนเสร็จ หลังจากเขาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง 2 วัน...ผมอัดเพลงนี้ใส่ ซาวด์เบ้าท์เป็นเทปไป ให้เพื่อนฟังโดยที่ยังเป็นเสียงผมร้องกับกีต้าร์โปร่งตัว เดียว หลังจากนั้นแม่ เขาโทรมาบอกว่าเพื่อนผมนั่งฟังเพลงนี้กันกับพ่อของเขากัน หลายรอบ จนถึงเมื่อ 2 วันก่อนพ่อเขาได้เสียชีวิตลง...เพื่อนผมก็อปปี้เทปม้วนนี้ แล้วใส่ไปในกระเป๋า เสื้อพ่อของเขา หวังว่าพ่อเขาจะได้ฟังเพลงๆนี้บนสวรรค์พร้อมๆ กับที่เขายังจะฟัง อยู่ในโลกปัจจุบันที่พวกเราอยู่กัน


ขอบคุณแรง บันดาลใจจากเธอ มากๆ...


ฟองเบียร์

Blog Entryลองทำกันดู!!!!!!!!!!!Apr 11, '07 9:13 AM
for everyone

หลักการจัดลำดับสำคัญก่อน-หลัง

ของนายซิกมันด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง (ไม่รู้ของจริงหรือป่าว)

 เค้าบอกคุณให้ลองสมมุติว่าเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นในบ้านคุณพร้อมๆกัน

คุณจะเลือกรับมือกับเหตุการณ์ใดก่อน

1. มีคนโทรมา โทรศัพท์ดัง

 2. เด็กทารกร้องไห้จ้า

3.มีคนมาหาเคาะประตูเรียกอยู่หน้าบ้าน

4. ฝนทำท่าจะตก และคุณยังไม่ได้เก็บผ้าที่ตากไว้เลย

5. คุณลืมเปิดก๊อกน้ำในครัวทิ้งไว้ และมันเริ่มไหลนองพื้นแล้ว

ลองจดลำดับเหตุการณ์ที่คุณทำใส่กระดาษ

แล้วมาดูเฉลยนะครับ ขำขำ หนุกๆ

ห้าม!! อ่านเฉลยก่อนนะ ทำข้างบนให้เสร็จก่อน คำเฉลยอยู่ด้านล่าง

>>>>> > > > > >>>>> > > > >

เฉลยละน๊า ทำเสร็จยัง เฉลยเลยนะครับ

>>>>> > > > > >>>>> > > > >

1. โทรศัพท์ แทน การงาน

>>>>> > > > >

2. เด็กทารก แทน ครอบครัว

>>>>> > > > >

3. คนที่ประตูแทน เพื่อน

>>>>> > > > >

4. เสื้อผ้าที่ตาก แทน เงิน

 >>>>> > > > >

5. ก๊อกน้ำ แทน เซ็กส์ เซ็กส์ เซ็กส์

หุหุ เป็นไงกันบ้าง

 หลายๆคนคง เซ็กส์ มาเป็นที่ 1 กันล่ะสิ หุหุหุ


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help